2007/Apr/08

fast-5 book Click

The Fast-5 Diet is a form of intermittent fasting with a daily short fasting period (19-hours including sleeping) followed by an eating window of 5 hours.

Fast-5 has:

-no calorie counting.

-no food off limits.

-no cost or membership fee

Exercise is encouraged but not required

Not just a diet, it's a comfortable way to live to maintain a healthy weight indefinitely

----------------------------------------------------------------------------------

The Fast-5 Diet

ฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Diet) และวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Lifestyle)

ฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Diet) และวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Lifestyle) คือวิธีการลดและควบคุมน้ำหนักทางเลือกใหม่ที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ฟาสต์ไฟว์ใช้หลักการพื้นฐานเดียวกับ Atkins และ South Beach คือ ควบคุมระดับฮอร์โมนอินซูลินเพื่อให้ร่างกายนำไขมันที่เก็บสะสมไว้ไปเผาผลาญใช้เป็นพลังงานหลักในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ต่างกันที่ฟาสต์ไฟว์ไม่ใช้วิธีจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตแบบรุนแรง แต่ใช้วิธีที่ง่ายกว่าโดยการขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันของเราออกไปแทน วิธีปฏิบัติของฟาสต์ไฟว์นั้นง่ายมาก ง่ายจนคุณสามาถทำได้ไปตลอดชีวิตเพื่อการควบคุมน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ฟาสต์ไฟว์ไม่มีการจำกัดปริมาณและประเภทของอาหาร คุณสามารถกินอะไรก็ได้ที่ต้องการจนอิ่มเต็มที่ ไม่มีการนับแคลอรี ไม่มีการชั่งตวงวัดปริมาณอาหาร ไม่มีการใช้ยา ไม่ต้องเสียเงินค่าสมาชิก ไม่ต้องซื้ออาหารเสริม ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหักโหม

แนวคิดของฟาสต์ไฟว์มาจากหลักการพื้นฐานง่ายๆ นั่นก็คือ หากเราต้องการให้เซลล์ไขมันปลดปล่อยไขมันที่เก็บสะสมไว้เพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญใช้เป็นพลังงาน เราก็จำเป็นต้องปิดสัญญาณพื้นฐานที่บอกให้เซลล์ไขมันเก็บสะสมไขมัน สัญญาณที่ว่านั้นก็คือฮอร์โมนอินซูลินนั่นเอง วิธีการลดและควบคุมน้ำหนักอย่าง Atkins และ South Beach ลดระดับอินซูลินโดยการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารอย่างรุนแรง แต่ฟาสต์ไฟว์ทำได้โดยการขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันออกไปด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพ ทำได้ง่ายและสะดวกอย่างไม่น่าเชื่อ ฟาสต์ไฟว์แก้ไขที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง นั่นก็คือ การช่วยฟื้นฟูและนำระบบพลังงานสมดุลย์ตามธรรมชาติของร่างกายกลับมาใช้ใหม่ ทำให้กลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักได้ทำงานและยังคงทำงานอย่าง

วิธีปฏิบัติ

เรื่องใหญ่เรื่องเดียวที่ฟาสต์ไฟว์ขอให้คุณทำก็คือ ให้ขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันออกไปเป็นเวลา 19 ชั่วโมง คุณอย่าเพิ่งตกใจเมื่อเห็นคำว่าต้องอดอาหารเป็นเวลานานถึง 19 ชั่วโมง เพราะโดยปกติคนเราจะมีช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันกันทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นช่วงเวลากลางคืน โดยเริ่มนับตั้งแต่เวลาที่อาหารเย็นที่มีแคลอรีคำสุดท้ายตกถึงท้อง บวกกับเวลาที่นอนหลับ และไปสิ้นสุดเมื่อเวลาที่อาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกตกถึงท้องในเช้าวันรุ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณกินอาหารเย็นที่มีแคลอรีคำสุดท้ายตอน 1 ทุ่ม แล้วหลังจากนั้นคุณก็ไม่ได้กินอาหารที่มีแคลอรีอีกเลยจนเข้านอน (ยกเว้นน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี) และเมื่อตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น คุณกินอาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกตอน 7 โมงเช้า รวมช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันได้ 12 ชั่วโมง ฟาสต์ไฟว์ขอให้คุณขยายช่วงเวลาการอดอาหารดังกล่าวออกไปเป็น 19 ชั่วโมง ซึ่งก็หมายความว่า คุณจะสามารถกินอาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกได้ตอนบ่าย 2 โมงของวันรุ่งขึ้น โดยช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงนี้ยาวนานเพียงพอที่จะทำให้กลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการดำรงชีวิตประจำวันได้ทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันช่วงเวลา 19 โมงนี้ก็ไม่ยาวนานเกินไปจนเข้าขั้นสุดโต่ง

เมื่อนำเอาหลักการที่กล่าวไปมาสร้างเป็นตารางเวลาที่แน่นอนเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติ เราก็จะได้สูตรฟาสต์ไฟว์ที่ทำได้ง่าย 2 ข้อดังนี้

1. ใน 1 วันที่มี 24 ชั่วโมง ให้คุณกินอาหารได้แค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
2. อีก 19 ชั่วโมงที่เหลือ เริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่มของวันนี้จนถึง 5 โมงเย็นของวันพรุ่งนี้ ให้คุณงดอาหารทุกชนิดโดยเด็ดขาด ดื่มได้แค่เฉพาะน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรีเช่น ชา กาแฟดำ เท่านั้น

ถามว่าทำไมต้องกินอาหารเฉพาะตอน 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม คำตอบคือ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษในช่วง 5 ชั่วโมงนี้ แต่เนื่องจากเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่มเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงาน เลิกเรียน หมดสิ้นจากภาระหน้าที่การงานประจำวัน ดังนั้นนี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการกินอาหาร การพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดของฟาสต์ไฟว์ก็คือ ช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงที่คุณต้องอดจริงๆ ห้ามกินอาหารที่มีแคลอรีอย่างเด็ดขาด จึงจะได้ผล

อนึ่ง เมื่อพูดถึงการอดอาหาร (Fasting) เราก็มักจะคิดไปถึงการทรมานตนและความสุดโต่งรุนแรง แต่การอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการทรมานตนและความสุดโต่งรุนแรง ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความเชื่อในเรื่องศาสนาและจิตวิญญาณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีลดน้ำหนักที่เน้นให้อดแต่อาหาร (Starvation Diet) เพราะเมื่อถึงเวลากิน คุณก็สามารถกินอาหารได้จนอิ่มเต็มที่ แต่หากการอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์มีพื้นฐานมาจากผลการทดลองของวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในเรื่อง Calorie Restriction (CR) และ Intermittent Fasting (IF) และความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา เมื่อร่างกายคุณเริ่มปรับตัวได้และกลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกาย (Fat-Burning Machinery) เริ่มทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคุณจะได้รับพลังงานจากไขมันอย่างสม่ำเสมอ ช่วยบรรเทาความรู้สึกหิวให้น้อยลงๆ จนปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด

เมื่อคุณใช้วิธีอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์เป็นเวลา 19 ชั่วโมงแล้ว คุณจะไม่มีคำถามว่า คุณควรจะกินอาหารอะไรและในปริมาณเท่าใดในช่วงอด คุณไม่ต้องใช้การตัดสินใจแบบวินาทีต่อวินาทีในการกะเพื่อจำกัดปริมาณอาหารที่จะกิน คุณไม่ต้องรู้สึกผิดเมื่อคุณคิดว่าคุณกินมากไป เพราะเมื่อคุณจำกัดแคลอรีอยู่ที่ ศูนย์ ในการอดแบบฟาสต์ไฟว์แล้ว คุณไม่ต้องตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุดกินเพราะคุณยังไม่ได้เริ่มกิน คุณไม่ต้องตัดสินว่า กินเท่าไหร่คือปริมาณน้อย กินเท่าไหร่คือพอดี กินเท่าไหร่คือมากเกินไป เพราะคุณยังไม่ได้กิน การจำกัดแคลอรีอยู่ที่ ศูนย์ ช่วยให้คุณสามารถเข้าควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวคุณเองในช่วงอดได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

สำหรับการออกกำลังกาย ฟาสต์ไฟว์แนะนำให้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยรักษาและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกที่จะออกกำลังกาย เช่นคนที่น้ำหนักเกินมากๆ ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยก็ยังไม่จำเป็นต้องทำในช่วงแรก แต่ให้ค่อยๆ เริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่นการเดินเร็ว และค่อยๆ พัฒนาไปสู่การออกกำลังกายแบบอื่นๆ ที่เข้มข้นขึ้นเมื่อน้ำหนักเริ่มลดและร่างกายแข็งแรงขึ้น

credit :: k. เอ
(url)

2006/Aug/31

The most puzzling thing about this fad diet is that the One Good Meal is exactly that: One Good Meal per week!! Anyone attempting this diet should make dang sure that their Last Will & Testament is up to date. Here's the disturbing LITTLE meal plan:

DAY 1

Breakfast: Coffee
Lunch: 2 eggs + 1 tomato
Dinner:7 Ounces of RED meat + a green salad.

DAY 2

Breakfast: Coffee + toast OR cracker
Lunch: 7 Ounces of RED meat + green salad
Dinner:5 1/4 Ounces of ham + 1 cup of yogurt

DAY 3

Breakfast: Coffee + toast OR cracker
Lunch: Green salad + 1 tomato + 1 mandarin orange OR regular orange
Dinner:3.5 Ounces of ham + fruit salad + 2 eggs

DAY 4

Breakfast: Coffee + toast OR cracker
Lunch: 5 1/4 Ounces of Gruyere cheese + 1 egg + 1 carrot
Dinner:Fruit salad + 1 Yogurt

DAY 5

Breakfast: 5 1/4 Ounces of ham + 1 cup of carrots
Lunch: 7 Ounces of broiled fish + 1 tomato
Dinner:8 3/4 Ounces of RED meat

DAY 6

Breakfast: Coffee + toast OR cracker
Lunch: 1/4 Baked Chicken + 1 citrus fruit
Dinner:2 Eggs + 1 cup raw carrot

DAY 7

Breakfast: Coffee + toast OR cracker
Lunch: 7 Ounces of RED meat + 1 citrus fruit
Dinner:Anything you like up to 500 calories (WOW, an entire Pop Tart)!

2006/Aug/31

The rules of this Fad Diet:
- Drink a minimum of 4 glasses of water or diet beverage per day.
- Any of the following may be used to your heart's content: salt, pepper, vinegar, lemon, herbs, Worcestershire sauce, soy sauce, mustard and catsup.

Day 1:

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

All of the lean beef, chicken or fish that you wish + tomato salad + coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

Broiled fish + lettuce & tomato salad + grapefruit/melon + coffee/tea with sugar substitute

Day 2

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

All of the fruit salad you wish + coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

Hamburger without bread + all the cooked veggies you wish + coffee/tea with sugar substitute

Day 3

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

Tuna salad + grapefruit/melon +coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

2 lean pork chops + mixed green salad +coffee/tea with sugar substitute

Day 4

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

2 eggs + cottage cheese + 3 ounces squash + 1 piece of toast +coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

Grilled chicken + spinach/green peppers+ coffee/tea with sugar substitute

Day 5

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

All of the dry cheese that you wish + spinach +coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

Broiled fish + cooked veggies + 1 toast +coffee/tea with sugar substitute

Day 6

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

All of the fruit salad you wish + coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

Broiled chicken + tomato & lettuce salad + grapefruit/melon + coffee/tea with sugar substitute

Day 7

Breakfast:

Coffee/Tea with sugar substitute + 1/2 grapefruit

Lunch:

Chicken + tomato & lettuce salad + grapefruit/melon + coffee/tea with sugar substitute

Dinner:

Lean beef + mixed salad + coffee/tea with sugar substitute

Although this fad diet isn't the healthiest among fad diets, it's certainly not the worst. One of the big problems with the diet is that it doesn't provide a healthy eating pattern. Gorging on one food item certainly isn't good for the old system, either.

Our suggestion is to incorporate some meal suggestions into your current diet. Begin breakfast with a hearty meal. That 1/2 grapefruit isn't going to last throughout your morning.

Enjoy a healthy, hearty lunch as well. For dinner, use one of the meal suggestions above. Eating light late in the day is Diet Wise.